ยินดีต้อนรับ สู่บล็อกของ นายวรมิตร สุภาพ เอกการศึกษาปฐมวัย วิชา Inclusive Education Experiences Management for Early Childhood การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย ยินดีต้อนรับครับครับ

วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่ 5

บันทึกอนุทินครั้งที่  5
วันที่  11  กุมภาพันธ์  2558
เวลาเรียน  08:30 - 12 : 20 น.


ความรู้ที่ได้รับในวันนี้
        กิจกรรมที่ 1  สเก็ตมือที่อยู่กับเรามาตั้งแต่เกิด

                เช้าวันนี้อาจารย์มีกิจกรรมตั้งแต่เช้า  วันนี้อาจารย์แจกถุงมือให้นักศึกษาคนละ 1 ข้าง  แล้วให้นักศึกษาสวมถุงมือด้านซ้ายมือ  แล้วอาจารย์ถามว่าตั้งแต่เกิดจำอะไรในมือได้หรือเปล่า  ว่ามืออยู่กับเรามากี่ปี  เราจำได้ไหม  หลังจากนั้นอาจารย์ให้นักศึกษาสเก็ตภาพมือซ้ายของตนเอง  ที่อยู่ในถุงมือ  ให้สเก็ตมือตัวเองให้เหมือนมากที่สุด  มีแผลเป็นตรงไหน  รอยย่นตรงไหม  ให้สเก็ตเหมือนมากที่สุด

กิจกรรมที่ 3  กิจกรรมเข้าสู่บทเรียน
        การสอนเด็กพิเศษและเด็กปกติ  (เทคนิคของความเป็นครู)
              ทักษะของครูและทัศนะคติ  ต้องมองเด็กให้เป็นเด็ก  ต่อให้น้องเป็นเด็กดาวน์ซินโดรมก็ตามจะต้องมองว่าเป็นเด็กปกติเหมือนกันทุกคน
        ความเข้าใจภาวะปกติ
                เด็กเหมือนกันมากกว่าที่จะแตกต่างกัน  ครูต้องเรียนรู้และมีปฏิสัมพันธ์กับเด็กปกติและเด็กพิเศษ  ต้องรู้จักเด็กแต่ละคน  มองเด็กให้เป็น“เด็ก”  ต้องจำเด็กให้ได้ทุกคน  ชื่อเล่น,ชื่อจริง
        การคัดแยกเด็กที่มีพัฒนาการช้า
                การเข้าใจพัฒนาการของเด็ก  จะช่วยให้ครูสามารถมองเห็นความแตกต่างของเด็กแต่ละคนได้ง่าย
        ความพร้อมของเด็ก
                วุฒิภาวะ  เด็กค่อนข้างเหมือนกันที่จะแตกต่างกัน
                แรงจูงใจ  แรงจูงใจของเด็กแตกต่างกัน
                โอกาส    โรงเรียนต้องมีขีดจำกัดน้อย  เด็กจะได้รับโอกาสมากขึ้น
      
  การสอนเด็กโดยบังเอิญ
                ให้เด็กเป็นฝ่ายเริ่ม  เด็กเข้าหาครูมากเท่าไหร่ยิ่งมีโอกาสในการสอนมากขึ้นเท่านั้น
        ครูต้องพร้อมที่จะพบเด็ก  ครูต้องมีความสนใจเด็ก  ครูต้องมีความรู้สึกที่ดีต่อเด็ก  ครูต้องมีอุปกรณ์และกิจกรรมล่อใจเด็ก  ครูต้องมีความตั้งใจจริงในการช่วยให้เด็กแต่ละคนได้เรียนรู้  ครูต้องใช้เวลาในการติดต่อไม่นาน  ครูต้องทำให้เป็นเรื่องสนุกสนาน
        อุปกรณ์
                มีลักษณะง่ายๆ  ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง  เด็กพิเศษได้เรียนรู้จากการสังเกตและการเลียนแบบเด็กปกติ  เด็กปกติเรียนรู้ที่จะให้ความช่วยเหลือเด็กพิเศษ  และห้องเรียนรวมไม่ควรมีสื่อที่แบ่งแยกประเภทเด็ก  และแยกเพศ
        ตารางประจำวัน
เด็กพิเศษไม่สามารถยอมรับการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ทำอยู่เป็นประจำ  กิจกรรมต้องเรียงลำดับเป็นขั้นตอนและทำนายได้  เด็กจะรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจ  การสลับกิจกรรมที่อยู่เงียบๆกับกิจกรรมที่เคลื่อนไหวมากๆ  ควรคำนึงถึงความพอเหมาะของเวลา
        ตัวอย่างกิจวัตรประจำวัน
                รับเด็กและตรวจสุขภาพ
                เคารพธงชาติ
                กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ
                กิจกรรมเสรี
                กิจกรรมเสริมประสบการณ์  (หน่วยไก่)
                กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์  (หน่วยไก่)
                กิจกรรมดนตรี
                กิจกรรมกลางแจ้ง
                กิจกรรมเสรี
                รับประทานอาหารกลางวัน
                ลางหน้าแปรงฟัน
                นอนพักผ่อนร่างกาย
                ตื่นนอน  ล้างหน้า  แปรงฟัน
                 ดื่มนม
                กลับบ้าน

                                        ความยืดหยุ่น
                การแก้แผนการสอนให้เหมาะสมกับสถานการณ์  ยอมรับขอบเขตความสามารถของเด็ก  ครูตอบสนองต่อเป้าหมายที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็กแต่ละคน  เช่น  พฤติกรรมการเล่นคนเดียวของเด็กออทิสติก  การเรียงลำดับความสำคัญของเด็กออทิสติกควรแก้ไขพฤติกรรมที่หนักสุดของเด็กออทิสติกก่อน
        การใช้สหวิทยาการ
                ใจกว้างต่อคำแนะนำของบุคคลในอาชีพอื่นๆ  สร้างความสัมพันธ์ระหว่างการบำบัดกับกิจกรรมในห้องเรียน  กิจกรรมที่บำบัดเด็กพิเศษ  เช่น  กิจกรรมร้องเพลง  กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและการเรียนรู้
        เด็กทุกคนสอนได้
                        สำหรับครู  >  เด็กส่วนมากเด็กเรียนไม่ได้เพราะขาดโอกาส
เทคนิคในการให้เสริมแรง
       เสริมแรงทางสังคมจากผู้ใหญ่
                        เด็กพิเศษชอบให้คุณครูเสริมแรงด้วยการชม  ความสนใจของผู้ใหญ่ที่มีต่อเด็กนั้นสำคัญมาก  มีแนวโน้มจะเพิ่มพฤติกรรมที่ดีต่อเด็ก  และมักเป็นผลในทันที  หากผู้ใหญ่ไม่สนใจพฤติกรรมที่ดีนั้นๆ  ก็จะลดลงและหายไป
        วิธีการแสดงออกถึงแรงเสริมจากผู้ใหญ่
                ตอบสนองด้วยวาจา  การยืนหรือนั่งใกล้เด็ก  พยักหน้ารับ  ยิ้ม  ฟัง  สัมผัสทางกายด้วยการจับและกอดเด็ก  ให้ความช่วยเหลือและร่วมกิจกรรมกับเด็ก
        หลักการให้เสริมแรงในเด็กปฐมวัย
                ครูต้องเสริมแรงทันทีที่เด็กมีพฤติกรรมอันพึงประสงค์  ครูต้องละเว้นความสนใจทันทีและทุกครั้งที่เด็กแสดงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์  ครูควรให้ความสนใจเด็กนานเท่าที่เด็กมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์
        การแนะนำหรือบอกบท
           การย่อยงาน  ลำดับความยากง่ายของผลงาน  การลำดับงานเป็นการเสริมแรงเพื่อให้เด็กค่อยๆก้าวไปสู่ความสำเร็จ  การบอกบทจะค่อยๆน้อยลงตามลำดับ
        
       ขันตอนการเสริมแรง
                สังเกตและกำหนดจุดมุ่งหมาย  วิเคราะห์งาน  กำหนดจุดประสงค์ย่อยๆในงานแต่ละชิ้น  สอนจากง่ายไปยาก  ให้แรงเสริมทันทีเมื่อเด็กทำได้  หรือเมื่อเด็กพยายามอย่างเหมาะสม  ลดการบอกบท  เมื่อเด็กเรียนรู้ที่จะก้าวไปขั้นต่อไป  ให้แรงเสริมเฉพาะพฤติกรรมที่ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่สุด  ทำทีละชื้น  ไม่เร่งรัด  “ยิ่งชิ้นเล็กเท่าไหร่  ยิ่งดีเท่านั้น” ไม่ควรดุหรือตี
        การกำหนดเวลา
                จำนวนและความถี่ของแรงเสริมที่ให้กับพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กต้องมีความเหมาะสม
                                  ความต่อเนื่อง
                พฤติกรรมทุกอย่างในชีวิตประจำวันต่อเนื่องกันระหว่างพฤติกรรมย่อยๆหลายๆอย่างรวมกัน  เช่น  การเข้าห้องน้ำ  การนอนผักผ่อน  การหยิบและการเก็บของ  การกลับบ้าน
สอนแบบก้าวไปข้างหน้า  หรือย้อนมาจากข้างหลัง
     
            เด็กตักซุป
                การจับซ้อน  >  การตัก  >  การระวังไม่ให้น้ำซุปในช้อนหกก่อนจะเข้าปาก  >  การเอาช้อนและซุปเข้าปากแทนที่จะทำให้หกรดคาง  >  การเอาซุปออกจากซ้อนเข้าสู่ปาก  การลดหรือหยุดแรงเสริม
                ครูจะงดแรงเสริมกับเด็กที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม  ทำอย่างอื่นและไม่สนใจเด็ก  เอาอุปกรณ์หรือของเล่นออกไปจากเด็ก  เอาเด็กออกจากการเล่น

กิจกรรมที่ 3  กิจกรรมร้องเพลงสำหรับเด็ก
(เพลง  ฝึกกายบริหาร)
ฝึกกายบริหารทุกวันร่างกายแข็งแรง
ฝึกกายบริหารทุกวันร่างกายแข็งแรง
รูปทรงสมส่วนแคล่วคล่องว่องไว
รูปทรงสมส่วนแคล่วคล่องว่องไว
ผู้แต่ง  อ.ศรีนวล  รัตนสุวรรณ


(เพลง  ผลไม้)
ส้มโอ  แตงโม  แตงไทย
ลิ้นจี่  ลำไย  องุ่นพุทรา
เงาะ  ฝรั่ง  มังคุด
กล้วย  ละมุด  น้อยหนา
ขนุน  มะม่วง  นานาพันธุ์
ผู้แต่ง  อ.ศรีนวล  รัตนสุวรรณ

(เพลง  กินผักกัน)
กินผักกันเถอะเรา
บวบ  ถั่วฝักยาว  ผักกาดขาว  แตงกวา
คะน้า  กวางตุ้ง  ผักบุ้ง  โหระพา
มะเขือเทศสีดา  ฟักทอง  กะหล่ำปลี
ผู้แต่ง  อ.ศรีนวล  รัตนสุวรรณ


(เพลง  ดอกไม้)
ดอกไม้ต่างพันธุ์  สวยงามสดสี
เหลือง  แดง  ม่วงมี  แสด  ขาว  สมพู
ผู้แต่ง  อ.ศรีนวล  รัตนสุวรรณ

(เพลง  จ้ำจี้ดอกไม้)
จ้ำจี้ดอกไม้  ดาวเรือง  หงอนไก่
จำปี  จำปา  มะลิ  พิกุล
กุหลาบ  ชบา  บานชื่น  กระดังงา
เข็ม  แก้ว  ลัดดา  เฟื้องฟ้า  ราตรี
ผู้แต่ง  อ.ศรีนวล  รัตนสุวรรณ


การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
        ความรู้ที่ได้รับในวันนี้หากไม่นำไปใช้จะไม่เกิดประโยชน์อันใดต่อเด็กในอนาคต  ความรู้ที่ได้รับในวันนี้ถือเป็นประโยชน์ต่อตนเองในการพัฒนาเด็ก  ความรู้จากกิจกรรมสเก็ตภาพมือของตนเองถือว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ให้ความรู้มากมายเลยที่เดียว  กิจกรรมต่อมาได้รับความรู้เป็นอย่างมากและได้รับประสบการณ์ตรงจากอาจารย์  เทคนิคของครูในการสอนเด็กพิเศษและเด็กปกติ  ในการเรียนรวม  ครูจะต้องมองเด็กให้เป็นเด็กเหมือนกับเด็กทั่วไป  ไม่แบ่งแยก  จะนำความรู้ที่ได้รับในวันนี้ไปพัฒนาและส่งเสริมเด็กพิเศษให้เด็กมีพัฒนาการที่เหมาะสมกับวัย  ไม่ว่าภายภาคหน้าในการเป็นครูอนุบาลจะเจอเด็กพิเศษเรียนรวมกับเด็กปกติหรือไม่  แต่หน้าที่ของการเป็นครูจะต้องพัฒนาตัวเด็กให้เหมาะสมกับวัย  ให้มีความรู้และสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้เหมือนเด็กปกติทั่วไป  ให้สังคมสามารถยอมรับเด็กพิเศษเหล่านี้ให้เป็นเด็กปกติทั่วไป  เขาจะได้มีกำลังใจมากขึ้น  ขอบคุณครับ


ผู้สอนได้ใช้เทคนิคในการสอน
         1. ผู้สอนใช้เทคนิคการจัดโต๊ะเป็นตัว  U  ในการสอนในชั้นเรียนเพื่อให้เห็นเด็กนักศึกษาครบทุกคนและสามารถเดินหาเด็กได้ทุกคน
         2. อาจารย์ให้สเก็ตภาพมือของตนเอง  โดยการสวมถุงมือในการสเก็ตมือที่อยู่ข้างใน  (กิจกรรมรายบุคคล)
         3. ผู้สอนร้องนำ  แล้วให้นักศึกษาร้องเพลงร่วมกัน

การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสอน
         1.โปรแจคเตอร์
         2.ไมโคโฟน
         3.คอมพิวเตอร์  PC
         4. Microsoft  Office  PowerPoint  (การสอนเด็กพิเศษและเด็กปกติ)      

การประเมินในชั้นเรียน

                                    ประเมินตัวเอง
                  วันนี้ผมแต่งกายเรียนร้อย  ถูกระเบียบเหมือนทุกๆวัน  ตามข้อตกลงของห้องเรียน  มาเรียนตรงต่อเวลา  ไม่เคยมาเรียนสาย  กิจรรมที่  1  ในวันนี้กิจกรรมสเก็ตภาพมือที่อยู่ในถุงมือให้เหมือนมาก  ต่อมาด้วยกิจกรรมที่  2  กิจกรรมเข้าสู่บทเรียนผมตั้งใจฟังอาจารย์สอนและอธิบายเนื้อหาเพิ่มเติมจดทุกครั้งที่อาจารย์อธิบายเพิ่มเติม  ให้ความร่วมมือในการตอบคำถามของอาจารย์  วันนี้เพื่อนภาคนอกเวลาก็มาเรียนด้วย  เรียนรวมก็มีความสุขดี  สร้างสีสันอีกแบบหนึ่ง  วันนี้เรียนมีความสุขมีความรู้เพิ่มเติมอีกมากมายจากบทเรียนในวันนี้  ขอบคุณอาจารย์ที่ให้ความรู้และประสบการณ์ตรงในห้อเรียนขอบคุณครับ


       ประเมินเพื่อน
               วันนี้เรียนรวมทั้ง  2  ห้อง  นักศึกษาภาคปกติและภาคพิเศษ  วันนี้เพื่อนมาเรียนน้อย  เพราะขาดเรียนเยอะ  ถึงวันนี้เพื่อจะมาเรียนน้อยแต่ความรู้ยังได้รับเยอะเหมือนเดิม  เพื่อแต่กายเรียบร้อย  ด้วยชุดโปโลสีชมพูทุกคน  เพื่อตั้งใจทำกิจกรรมที่  1  เป็นอย่างดี  และทำตามกฎระเบียบของห้องเรียนเป็นอย่างดี  ทำตามกฎกิจกรรมเป็นอย่างดี  กิจกรรมแรกเป็นกิจกรรมเรียกเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี  หลังจากทำกิจกรรมเสร็จอาจารย์ให้ความรู้เพิ่มเติม  เพื่อนตั้งใจจดและตั้งใจฟังการให้ความรู้เพิ่มเติมจากอาจารย์  เพื่อตั้งใจทำกิจกรรมร้องเพลงนันทนาการร่วมกันทั้งห้องเป็นอย่างดี  ขอบคุณครับ


      ประเมินอาจารย์

              วันนี้อาจารย์แต่งกายสุภาพเรียบร้อยเหมือนทุกๆวัน  กิจกรรมแรกที่อาจารย์นำมาให้นักศึกษาได้ทำเป็นกิจกรรมที่ได้รับความรู้จาก  จากกิจกรรมการสเก็ตภาพมือของนักศึกษา  แต่ไม่ได้เป็นกิจกรรมที่วาดภาพเหมือนเพียงอย่างเดียวแต่เป็นหมายเปรียบเสมือนตัวเด็ก  กิจกรรมเข้าสูบทเรียนอาจารย์ก็ยังให้ความรู้มากมายและประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาของนักศึกษา  และให้ความรู้เพิ่มเติมนอกเหนือจากบทเรียนเรียนอีกมากมาย  อาจารย์ร้องเพลงเด็กเพราะมาก  ขอบคุณอาจารย์ที่ทำให้รู้จักเพลงที่ไม่เคยได้ยินและเพลงที่เคยได้ยินเป็นประมากต่อนักศึกษาในอนาคต  ขอขอบคุณครับ

วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

หมายเหตุ : ไม่มีการเรียนการสอน

วันที่  4  กุมภาพันธ์  2558
เวลาเรียน  08:30 - 12 : 20 น.

วันนี้ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจาก  อาจารย์ติดนิเทศน์การสอน

วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่ 3

บันทึกอนุทินครั้งที่  3
วันที่  28  มกราคม  2558
เวลาเรียน  08:30 - 12 : 20 น.

ความรู้ที่ได้รับในวันนี้
        กิจกรรมที่ 1  สเก็ตภาพดอกกุหลาบพร้อมอธิบายสิ่งที่มองเห็นในดอกกุหลาบ

      สิ่งที่มองเห็นในภาพ  ความงามของดอกกุหลาบแต่ละดอกก็มีความแตกต่างกันไป  กุหลาบสองสีมีความสวยงามในตัวของมันเอง  ดอกกุหลาบก็ต้องใช้เวลาในการเจริญเติบโตและออกดอกบานทีละนิดให้ความงามแก่มนุษย์ในแต่ละวัน
        ก็เหมือนเด็กแต่ละคนที่แตกต่างกัน  เด็กพิเศษแต่ทุกคนต้องการยอมรับในสังคม  และมีจุดยืนในสังคมเหมือนกับเด็กปกติทั่วไป

บทบาทของครูปฐมวัยในห้องเรียนรวม
ครูไม่ควรตั้งชื่อหรือระบุประเภทเด็ก เพราะจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี ชื่อเปรียบเสมือนตราประทับตัวเด็กตลอดไปเด็กจะกลายเป็นเช่นนั้นจริงๆ  ห้ามตั้งฉายาให้กับน้องเด็กพิเศษเด็กเกือบร้องเปอร์เซ็นต์  เด็กไม่ไม่ชอบการตั้งชื่อฉายาให้ของครู  ยิ่งเด็กดาวน์ซินโดรมเซนซิทีฟเป็นอย่างมาก
ครูไม่ควรวินิจฉัยหรือตัดสินใจโดยดูจากอาการหรือสัญญาณบางอย่างโดยการสันนิฐาน
        ครูไม่ควรบอกพ่อแม่ว่าเด็กมีบางอย่างผิดปกติ พ่อแม่ไม่ต้องการให้ครูมาย้ำในสิ่งที่เขารู้อยู่แล้ว  ครูควรพูดในสิ่งที่เป็นความคาดหวังในด้านบวก  แต่ต้องไม่ให้เกิดความหวังผิดๆ  ครูควรรายงานผู้ปกครองว่าเด็กทำอะไรได้บ้าง  เท่าเป็นการบอกว่าเด็กทำอะไรไม่ได้  ครูช่วยให้ผู้ปกครองมีความหวังและเห็นแนวทางที่จะช่วยให้เด็กพัฒนา
        ครูทำอะไรบ้าง
        ครูสามารถชี้ให้เห็นพฤติกรรมของเด็กในเรื่องที่เกี่ยวกับพัฒนาการต่างๆ  และสังเกตเด็กอย่างเป็นระบบ  จดบันทึกพฤติกรรมเด็กเป็นช่วงๆ 
สังเกตอย่างมีระบบ  ต้องสังเกตเด็กโดยภาพรวม  โดยจดบันทึกเป็นระยะอย่างเป็นระบบ  โดยจดบันทึกทุกอย่างที่เด็กทำ  ที่เด็กพูด  ต้องจดบันทึกเด็กทุกครั้งเป็นรายบุคคล  ไม่มีใครทำการบันทึกได้ดีไปกว่าครูเพราะเด็กอยู่กับครูตลอดเวลา  และครูจะรู้ดีว่าเด็กแต่ละคนเป็นอย่างไร
        แบบสังเกตไม่จำเป็นต้องใช้แบบสังเกตกับเด็กทั้งห้องใช้เฉพาะเด็กที่เข้าข่ายเด็กพิเศษเท่านั้น
        การตรวจสอบ  จะทราบว่าเด็กจะมีพฤติกรรมอย่างไร  เป็นแนวทางสำคัญที่ทำให้ครูและพ่อแม่เข้าใจเด็กดีขึ้น  บอดได้ว่าเรื่องใดบ้างที่เด็กต้องการความช่วยเหลือ 
เด็กออทิสติก  ลำดับความสำคัญที่สุด  อันไหนสำคัญที่สุดควรรีบแก้ไขก่อน  เช่น  เด็กเล่นคนเดียว(สำคัญที่สุด)
ดาวน์ซินโดรม  ระลึกไว้เสมอว่าผู้ใหญ่ทำ  แล้วเด็กพิเศษทำ  เด็กปกติทำก็ไม่เป็นปัญหา
ข้อควรระวังในการปฏิบัติ  ครูต้องไวต่อความรู้สึกและการตัดสินใจล่วงหน้าได้  โดยประเมินให้น้ำหนักความสำคัญของเรื่องต่างๆได้  และพฤติกรรมบางอย่างของเด็กไม่ได้ปรากฏให้เห็นเสมอไป


การบันทึกการสังเกต
การนับอย่าง่าย  > นับจำนวนครั้งของการเกิดพฤติกรรม  กี่ครั้งในแต่ละวัน  กี่ครั้งในแต่ละชั่วโมง  ระยะเวลาในการเกิดพฤติกรรม  เช่น  กระทืบเท้า  กรีดร้อง  เช็คจำนวนพฤติกรรมที่เด็กทำกี่ครั้ง  และเด็กปกติทำไม่เกิน  5  ครั้ง  ถ้าพฤติกรรมมากเกิน  5  ครั้ง  ถือว่าเด็กมีปัญหาแล้ว
การบันทึกต่อเนื่อง > เขียนทุกอย่างที่เด็กทำในช่วงเวลาหนึ่ง  หรือช่วงกิจกรรมหนึ่ง  โดยไม่ต้องเข้าไปแนะนำหรือช่วยเหลือ  บันทึกการทำกิจกรรมของเด็ก  10  นาที  ตั้งแต่เริ่มทำกิจกรรมและจนจบกิจกรรม  เช่น
บันทึกต่อเนื่อง  (การบันทึกเป็นคำ)
น้องเปรี้ยว  อายุ  5  ขวบ
บันทึกวันที่  26  มกราคม  พ.ศ.2558
ช่วงเวลา  กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์
คำพูดเด็ก  ขอสีน้ำเงิน  /  มิ้วขโมยสีหนู
การบันทึกไม่ต่อเนื่อง  >  บันทึกลงบัตรเล็กๆ  เป็นการบันทึกสั้นๆเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็กแต่ละคนในช่วงเวลาหนึ่ง  เช่น
บันทึกไม่ต่อเนื่อง  (บันทึกลงบัตรเล็กๆ)
น้องโบว์  อายุ  3  ขวบ
บันทึกวันที่  26  มกราคม  พ.ศ.2558
ช่วงเวลา  กิจกรรมกลางแจ้ง
 บันทึกพฤติกรรม  น้องโบว์  ปีนบันไดโค้งได้  4  ขั้น  โดยใช้เท้าซ้ายก้าวออกไปก่อนแล้วจึงดึงเท้าขวาไปตามจับราวบันไดแน่นทั้งสองมือ
การตัดสินใจ
ครูต้องตัดสินใจด้วยความระมัดระวัง  พฤติกรรมของเด็กที่เกิดขึ้น  ไม่ขัดขวางความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กหรือไม่

กิจกรรมที่ 1  กิจกรรมร้องเพลงสำหรับเด็ก 

(เพลง  ฝึกกายบริหาร)
ฝึกกายบริหารทุกวันร่างกายแข็งแรง
ฝึกกายบริหารทุกวันร่างกายแข็งแรง
รูปทรงสมส่วนแคล่วคล่องว่องไว
รูปทรงสมส่วนแคล่วคล่องว่องไว
ผู้แต่ง  อ.ศรีนวล  รัตนสุวรรณ

การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้

        ความรู้ที่ได้รับในวันนี้สามารถนำไปใช้ในอนาคตข้างหน้าได้  เพราะเมื่อเราไปปฏิบัติหน้าที่การฝึกสอนและการเป็นข้าราชการครูในภายภาคหน้า  ความรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของครูในห้องเรียนรวมไม่ว่าในห้องเรียนนั้นจะมีเด็กพิเศษเรียนรวมด้วยหรือไม่การวางตัวและบทบาทหน้าที่ของครูที่ดีสำคัญที่สุด  เพราะว่าถ้าในห้องเรียนมีเด็กพิเศษเรียนรวมด้วยครูก็สามารถนำความรู้ในวันนี้ไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์อันสูงสุด  และครูจะต้องรู้ลักษณะนิสัย  อารมณ์ของเด็กพิเศษแต่ละประเภท  ว่าจะต้องพัฒนาและส่งเสริมเขาไปในทางที่พัฒนาให้ตัวเขาดีขึ้น  และสามารถปฏิบัติกิจกรรมร่วมกับเพื่อนได้  เพื่ออนาคตข้างหน้าให้เขามีจุดยืนในสังคมได้  และสามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้เหมือนเด็กปกติทั่วไป  และการสังเกตจะต้องสังเกตเด็กโดยภาพรวม  โดยจดบันทึกเป็นระยะอย่างเป็นระบบ  โดยจดบันทึกทุกอย่างที่เด็กทำ  ที่เด็กพูด  ต้องจดบันทึกเด็กทุกครั้งเป็นรายบุคคล  เพราะจะได้เห็นพัฒนาการของเขาแต่ละครึ่งว่าเขามีพัฒนาการที่ดีขึ้นหรือไม่

ผู้สอนได้ใช้เทคนิคในการสอน
         1. ผู้สอนใช้เทคนิคการจัดโต๊ะเป็นตัว  U  ในการสอนในชั้นเรียนเพื่อให้เห็นเด็กนักศึกษาครบทุกคนและสามารถเดินหาเด็กได้ทุกคน
         2. อาจารย์ให้สเก็ตภาพดอกกุหลาบจากภาพจริง  โดยให้ลงสีให้เหมือนมากที่สุด  แล้วอธิบายสิ่งที่เห็นในรูปภาพ  (กิจกรรมรายบุคคล)
         3. ผู้สอนให้ร้องเพลงร่วมกัน

การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสอน
         1.โปรแจคเตอร์
         2.ไมโคโฟน
         3.คอมพิวเตอร์  PC
        4. Microsoft Office PowerPoint (บทบาทของครูปฐมวัยในห้องเรียนรวม)    
         5. Microsoft  Office  PowerPoint   (ภาพกุหลาบจริง)

การประเมินในชั้นเรียน

       ประเมินตัวเอง
       วันนี้ผมแต่งกายเรียนร้อย  ถูกระเบียบเหมือนทุกๆวัน  ตามข้อตกลงของห้องเรียน  มาเรียนตรงต่อเวลา  ไม่เคยมาเรียนสาย  มาถึงห้องเรียนก็จัดโต๊ะเป็นตัว  U  กับเพื่อน  วันนี้ตั้งใจทำกิจรรมที่  1  กิจกรรมสเก็ตภาพดอกกุหลาบ  สเก็ตภาพและลงสีให้เหมือนที่สุดและอธิบายสิ่งที่มองเห็นในรูป  หลังจบกิจกรรมที่  1  ก็เรียนผมตั้งใจฟังอาจารย์สอนและอธิบายเนื้อหาเพิ่มเติมให้ความร่วมมือมนการตอบคำถามของอาจารย์ และจดทุกคำพูดความรู้เพิ่มเติมที่ได้รับจากอาจารย์  หลังจากนั้นก็ทำกิจกรรมร้องเพลงและนันทนาการกันกับเพื่อนในห้องเป็นอย่างดี  วันนี้เรียนสนุกและได้รับความรู้มากมายเลยครับ
       ประเมินเพื่อน
               วันนี้เพื่อนแต่งกายเรียนร้อย  ช่วยกันจัดโต๊ะห้องเรียน  กิจกรรมแรกของวันนี้เพื่อนให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมเป็นอย่างดี  มีความเป็นระเบียบในการแจกอุปกรณ์เครื่องเขียนในการปฏิบัติกิจกรรมที่  1  เป็นอย่างดี  เพื่อให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม  และการเรียนการสอนในวันนี้  ให้ความร่วมมือในการตอบคำถามของอาจารย์ในคาบเรียน  หลังจากเรียนเสร็จอาจารย์ก็พานักศึกษาร้องเพลง  1  เพลงก่อนเลิกเรียนในคาบ

       ประเมินอาจารย์

              วันนี้อาจารย์แต่งกายสุภาพเรียบร้องเหมือนทุกๆ  อาจารย์ให้ทำกิจกรรมสเก็ตภาพกุหลาบภาพจริง  แล้วให้อธิบายสิ่งที่มองเห็นในดอกกุหลาบ  หลังจากกิจกรรมที่ 1 เสร็จอาจารย์ก็พาเข้าสูบทเรียนเรื่องบทบาทของครูปฐมวัยในห้องเรียนรวม  อาจารย์ให้ความรู้เป็นอย่างดี  อธิบายเพิ่มเติมจากเนื้อหาเพื่อให้นักศึกษาเข้าใจมากขึ้น  และยกตัวอย่างการจดบันทึกการสังเกตพฤติกรรมเด็กพิเศษอีกด้วย  หลังจากนั้นอาจารย์ก็พานักศึกษาร้องเพลง  1  เพลงก่อนเลิกเรียน  ความรู้ที่อาจารย์มอบให้ในวันนี้มันเป็นประโยชน์แก่เราในภายภาคหน้าอย่างมหาศาล