ยินดีต้อนรับ สู่บล็อกของ นายวรมิตร สุภาพ เอกการศึกษาปฐมวัย วิชา Inclusive Education Experiences Management for Early Childhood การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย ยินดีต้อนรับครับครับ

วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

หมายเหตุ : ไม่มีการเรียนการสอน

วันที่  4  กุมภาพันธ์  2558
เวลาเรียน  08:30 - 12 : 20 น.

วันนี้ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจาก  อาจารย์ติดนิเทศน์การสอน

วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่ 3

บันทึกอนุทินครั้งที่  3
วันที่  28  มกราคม  2558
เวลาเรียน  08:30 - 12 : 20 น.

ความรู้ที่ได้รับในวันนี้
        กิจกรรมที่ 1  สเก็ตภาพดอกกุหลาบพร้อมอธิบายสิ่งที่มองเห็นในดอกกุหลาบ

      สิ่งที่มองเห็นในภาพ  ความงามของดอกกุหลาบแต่ละดอกก็มีความแตกต่างกันไป  กุหลาบสองสีมีความสวยงามในตัวของมันเอง  ดอกกุหลาบก็ต้องใช้เวลาในการเจริญเติบโตและออกดอกบานทีละนิดให้ความงามแก่มนุษย์ในแต่ละวัน
        ก็เหมือนเด็กแต่ละคนที่แตกต่างกัน  เด็กพิเศษแต่ทุกคนต้องการยอมรับในสังคม  และมีจุดยืนในสังคมเหมือนกับเด็กปกติทั่วไป

บทบาทของครูปฐมวัยในห้องเรียนรวม
ครูไม่ควรตั้งชื่อหรือระบุประเภทเด็ก เพราะจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี ชื่อเปรียบเสมือนตราประทับตัวเด็กตลอดไปเด็กจะกลายเป็นเช่นนั้นจริงๆ  ห้ามตั้งฉายาให้กับน้องเด็กพิเศษเด็กเกือบร้องเปอร์เซ็นต์  เด็กไม่ไม่ชอบการตั้งชื่อฉายาให้ของครู  ยิ่งเด็กดาวน์ซินโดรมเซนซิทีฟเป็นอย่างมาก
ครูไม่ควรวินิจฉัยหรือตัดสินใจโดยดูจากอาการหรือสัญญาณบางอย่างโดยการสันนิฐาน
        ครูไม่ควรบอกพ่อแม่ว่าเด็กมีบางอย่างผิดปกติ พ่อแม่ไม่ต้องการให้ครูมาย้ำในสิ่งที่เขารู้อยู่แล้ว  ครูควรพูดในสิ่งที่เป็นความคาดหวังในด้านบวก  แต่ต้องไม่ให้เกิดความหวังผิดๆ  ครูควรรายงานผู้ปกครองว่าเด็กทำอะไรได้บ้าง  เท่าเป็นการบอกว่าเด็กทำอะไรไม่ได้  ครูช่วยให้ผู้ปกครองมีความหวังและเห็นแนวทางที่จะช่วยให้เด็กพัฒนา
        ครูทำอะไรบ้าง
        ครูสามารถชี้ให้เห็นพฤติกรรมของเด็กในเรื่องที่เกี่ยวกับพัฒนาการต่างๆ  และสังเกตเด็กอย่างเป็นระบบ  จดบันทึกพฤติกรรมเด็กเป็นช่วงๆ 
สังเกตอย่างมีระบบ  ต้องสังเกตเด็กโดยภาพรวม  โดยจดบันทึกเป็นระยะอย่างเป็นระบบ  โดยจดบันทึกทุกอย่างที่เด็กทำ  ที่เด็กพูด  ต้องจดบันทึกเด็กทุกครั้งเป็นรายบุคคล  ไม่มีใครทำการบันทึกได้ดีไปกว่าครูเพราะเด็กอยู่กับครูตลอดเวลา  และครูจะรู้ดีว่าเด็กแต่ละคนเป็นอย่างไร
        แบบสังเกตไม่จำเป็นต้องใช้แบบสังเกตกับเด็กทั้งห้องใช้เฉพาะเด็กที่เข้าข่ายเด็กพิเศษเท่านั้น
        การตรวจสอบ  จะทราบว่าเด็กจะมีพฤติกรรมอย่างไร  เป็นแนวทางสำคัญที่ทำให้ครูและพ่อแม่เข้าใจเด็กดีขึ้น  บอดได้ว่าเรื่องใดบ้างที่เด็กต้องการความช่วยเหลือ 
เด็กออทิสติก  ลำดับความสำคัญที่สุด  อันไหนสำคัญที่สุดควรรีบแก้ไขก่อน  เช่น  เด็กเล่นคนเดียว(สำคัญที่สุด)
ดาวน์ซินโดรม  ระลึกไว้เสมอว่าผู้ใหญ่ทำ  แล้วเด็กพิเศษทำ  เด็กปกติทำก็ไม่เป็นปัญหา
ข้อควรระวังในการปฏิบัติ  ครูต้องไวต่อความรู้สึกและการตัดสินใจล่วงหน้าได้  โดยประเมินให้น้ำหนักความสำคัญของเรื่องต่างๆได้  และพฤติกรรมบางอย่างของเด็กไม่ได้ปรากฏให้เห็นเสมอไป


การบันทึกการสังเกต
การนับอย่าง่าย  > นับจำนวนครั้งของการเกิดพฤติกรรม  กี่ครั้งในแต่ละวัน  กี่ครั้งในแต่ละชั่วโมง  ระยะเวลาในการเกิดพฤติกรรม  เช่น  กระทืบเท้า  กรีดร้อง  เช็คจำนวนพฤติกรรมที่เด็กทำกี่ครั้ง  และเด็กปกติทำไม่เกิน  5  ครั้ง  ถ้าพฤติกรรมมากเกิน  5  ครั้ง  ถือว่าเด็กมีปัญหาแล้ว
การบันทึกต่อเนื่อง > เขียนทุกอย่างที่เด็กทำในช่วงเวลาหนึ่ง  หรือช่วงกิจกรรมหนึ่ง  โดยไม่ต้องเข้าไปแนะนำหรือช่วยเหลือ  บันทึกการทำกิจกรรมของเด็ก  10  นาที  ตั้งแต่เริ่มทำกิจกรรมและจนจบกิจกรรม  เช่น
บันทึกต่อเนื่อง  (การบันทึกเป็นคำ)
น้องเปรี้ยว  อายุ  5  ขวบ
บันทึกวันที่  26  มกราคม  พ.ศ.2558
ช่วงเวลา  กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์
คำพูดเด็ก  ขอสีน้ำเงิน  /  มิ้วขโมยสีหนู
การบันทึกไม่ต่อเนื่อง  >  บันทึกลงบัตรเล็กๆ  เป็นการบันทึกสั้นๆเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็กแต่ละคนในช่วงเวลาหนึ่ง  เช่น
บันทึกไม่ต่อเนื่อง  (บันทึกลงบัตรเล็กๆ)
น้องโบว์  อายุ  3  ขวบ
บันทึกวันที่  26  มกราคม  พ.ศ.2558
ช่วงเวลา  กิจกรรมกลางแจ้ง
 บันทึกพฤติกรรม  น้องโบว์  ปีนบันไดโค้งได้  4  ขั้น  โดยใช้เท้าซ้ายก้าวออกไปก่อนแล้วจึงดึงเท้าขวาไปตามจับราวบันไดแน่นทั้งสองมือ
การตัดสินใจ
ครูต้องตัดสินใจด้วยความระมัดระวัง  พฤติกรรมของเด็กที่เกิดขึ้น  ไม่ขัดขวางความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กหรือไม่

กิจกรรมที่ 1  กิจกรรมร้องเพลงสำหรับเด็ก 

(เพลง  ฝึกกายบริหาร)
ฝึกกายบริหารทุกวันร่างกายแข็งแรง
ฝึกกายบริหารทุกวันร่างกายแข็งแรง
รูปทรงสมส่วนแคล่วคล่องว่องไว
รูปทรงสมส่วนแคล่วคล่องว่องไว
ผู้แต่ง  อ.ศรีนวล  รัตนสุวรรณ

การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้

        ความรู้ที่ได้รับในวันนี้สามารถนำไปใช้ในอนาคตข้างหน้าได้  เพราะเมื่อเราไปปฏิบัติหน้าที่การฝึกสอนและการเป็นข้าราชการครูในภายภาคหน้า  ความรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของครูในห้องเรียนรวมไม่ว่าในห้องเรียนนั้นจะมีเด็กพิเศษเรียนรวมด้วยหรือไม่การวางตัวและบทบาทหน้าที่ของครูที่ดีสำคัญที่สุด  เพราะว่าถ้าในห้องเรียนมีเด็กพิเศษเรียนรวมด้วยครูก็สามารถนำความรู้ในวันนี้ไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์อันสูงสุด  และครูจะต้องรู้ลักษณะนิสัย  อารมณ์ของเด็กพิเศษแต่ละประเภท  ว่าจะต้องพัฒนาและส่งเสริมเขาไปในทางที่พัฒนาให้ตัวเขาดีขึ้น  และสามารถปฏิบัติกิจกรรมร่วมกับเพื่อนได้  เพื่ออนาคตข้างหน้าให้เขามีจุดยืนในสังคมได้  และสามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้เหมือนเด็กปกติทั่วไป  และการสังเกตจะต้องสังเกตเด็กโดยภาพรวม  โดยจดบันทึกเป็นระยะอย่างเป็นระบบ  โดยจดบันทึกทุกอย่างที่เด็กทำ  ที่เด็กพูด  ต้องจดบันทึกเด็กทุกครั้งเป็นรายบุคคล  เพราะจะได้เห็นพัฒนาการของเขาแต่ละครึ่งว่าเขามีพัฒนาการที่ดีขึ้นหรือไม่

ผู้สอนได้ใช้เทคนิคในการสอน
         1. ผู้สอนใช้เทคนิคการจัดโต๊ะเป็นตัว  U  ในการสอนในชั้นเรียนเพื่อให้เห็นเด็กนักศึกษาครบทุกคนและสามารถเดินหาเด็กได้ทุกคน
         2. อาจารย์ให้สเก็ตภาพดอกกุหลาบจากภาพจริง  โดยให้ลงสีให้เหมือนมากที่สุด  แล้วอธิบายสิ่งที่เห็นในรูปภาพ  (กิจกรรมรายบุคคล)
         3. ผู้สอนให้ร้องเพลงร่วมกัน

การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสอน
         1.โปรแจคเตอร์
         2.ไมโคโฟน
         3.คอมพิวเตอร์  PC
        4. Microsoft Office PowerPoint (บทบาทของครูปฐมวัยในห้องเรียนรวม)    
         5. Microsoft  Office  PowerPoint   (ภาพกุหลาบจริง)

การประเมินในชั้นเรียน

       ประเมินตัวเอง
       วันนี้ผมแต่งกายเรียนร้อย  ถูกระเบียบเหมือนทุกๆวัน  ตามข้อตกลงของห้องเรียน  มาเรียนตรงต่อเวลา  ไม่เคยมาเรียนสาย  มาถึงห้องเรียนก็จัดโต๊ะเป็นตัว  U  กับเพื่อน  วันนี้ตั้งใจทำกิจรรมที่  1  กิจกรรมสเก็ตภาพดอกกุหลาบ  สเก็ตภาพและลงสีให้เหมือนที่สุดและอธิบายสิ่งที่มองเห็นในรูป  หลังจบกิจกรรมที่  1  ก็เรียนผมตั้งใจฟังอาจารย์สอนและอธิบายเนื้อหาเพิ่มเติมให้ความร่วมมือมนการตอบคำถามของอาจารย์ และจดทุกคำพูดความรู้เพิ่มเติมที่ได้รับจากอาจารย์  หลังจากนั้นก็ทำกิจกรรมร้องเพลงและนันทนาการกันกับเพื่อนในห้องเป็นอย่างดี  วันนี้เรียนสนุกและได้รับความรู้มากมายเลยครับ
       ประเมินเพื่อน
               วันนี้เพื่อนแต่งกายเรียนร้อย  ช่วยกันจัดโต๊ะห้องเรียน  กิจกรรมแรกของวันนี้เพื่อนให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมเป็นอย่างดี  มีความเป็นระเบียบในการแจกอุปกรณ์เครื่องเขียนในการปฏิบัติกิจกรรมที่  1  เป็นอย่างดี  เพื่อให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม  และการเรียนการสอนในวันนี้  ให้ความร่วมมือในการตอบคำถามของอาจารย์ในคาบเรียน  หลังจากเรียนเสร็จอาจารย์ก็พานักศึกษาร้องเพลง  1  เพลงก่อนเลิกเรียนในคาบ

       ประเมินอาจารย์

              วันนี้อาจารย์แต่งกายสุภาพเรียบร้องเหมือนทุกๆ  อาจารย์ให้ทำกิจกรรมสเก็ตภาพกุหลาบภาพจริง  แล้วให้อธิบายสิ่งที่มองเห็นในดอกกุหลาบ  หลังจากกิจกรรมที่ 1 เสร็จอาจารย์ก็พาเข้าสูบทเรียนเรื่องบทบาทของครูปฐมวัยในห้องเรียนรวม  อาจารย์ให้ความรู้เป็นอย่างดี  อธิบายเพิ่มเติมจากเนื้อหาเพื่อให้นักศึกษาเข้าใจมากขึ้น  และยกตัวอย่างการจดบันทึกการสังเกตพฤติกรรมเด็กพิเศษอีกด้วย  หลังจากนั้นอาจารย์ก็พานักศึกษาร้องเพลง  1  เพลงก่อนเลิกเรียน  ความรู้ที่อาจารย์มอบให้ในวันนี้มันเป็นประโยชน์แก่เราในภายภาคหน้าอย่างมหาศาล
                                                   

วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่ 2

บันทึกอนุทินครั้งที่  2
วันที่  21  มกราคม  2558
เวลาเรียน  08:30 - 12 : 20 น.

ความรู้ที่ได้รับในวันนี้
        การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย  โดยแบ่งรูปแบบการจัด การศึกษาออกเป็น  4  การศึกษา
                การศึกษาปกติทั่วไป (Regular Education)  สำหรับเด็กทั่วไปเรียน
                การศึกษาพิเศษ  (Special  Education)  สำหรับเด็กพิเศษเรียนเท่านั้น
              การศึกษาแบบเรียนร่วม  (Integrated Education หรือ Mainstreaming) สำหรับเด็กพิเศษและเด็กปกติทั่วไปที่ทำกิจกรรมร่วมกันในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในแต่ละวัน
                การศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education)  สำหรับเด็กปกติและเด็กพิเศษที่มีอาการน้อยเรียนรวมกัน

        เด็กพิเศษในสมัยก่อน  เด็กซ่อน  คือไม่ให้เด็กออกนอกบ้าน  ผู้ปกครองจะซ่อนเด็กอยู่ในซอกลืบของบ้าน  เพราะว่าจะเป็นเรื่องอับอายแก่วงตระกูล
        การศึกษาพิเศษให้เด็กพิเศษเรียนเท่านั้น  ข้อเสียของการให้เด็กพิเศษเรียนรวมกับเด็กจะพิเศษ  เมื่อเด็กโตขึ้นจะทำให้เด็กไม่สามารถเข้าร่วมกับสังคมได้ดีนัก
        เด็กที่มีความต้องการพิเศษทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ถ้าได้รับโอกาสในการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับความต้องการพิเศษของเด็ก
        การเรียนร่วมบางเวลา  (Integration)  การจัดให้เด็กพิเศษเข้าไปเรียนกับเด็กปกติบางเวลา  โดยแทรกเข้าในกิจกรรม  ดนตรี  ศิลปะ  เคลื่อนไหว  โดยเด็กพิเศษไม่สามารถเต็มทั้งวันได้  แต่สามารถเรียนได้เป็นบางกิจกรรมบางเวลาร่วมกับเด็กปกติทั่วไป

        การเรียนเต็มเวลา  (Mainstreaming)  เด็กที่จะเข้าเรียนร่วมกับเด็กปกติเต็มเวลา  จะต้องเป็นเด็กที่มีอาการน้อย  โดยความร่วมมือของศูนย์การศึกษาพิเศษและโรงเรียนที่ให้ความร่วมมือในการพัฒนาเด็กพิเศษเรียนร่วมกับเด็กปกติ  ส่วนหน่วยงานศูนย์การศึกษาพิเศษจะเป็นคนเลือกเด็กมาเรียนร่วมกับเด็กปกติในโรงเรียน  การที่ให้เด็กพิเศษเรียนร่วมกับเด็กปกติ  เพื่อให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อนและการอยู่ร่วมกันในสังคมได้
        การศึกษาแบบเรียนรวม  (Inclusive Education)
        การเรียนรวมอยู่ในการดูแลของศูนย์การศึกษาพิเศษ
        การศึกษาแบบเรียนรวม  คือ  การศึกษาสำหรับทุกคน  เด็กเช้ามาเรียนรวมกับเด็กปกติตั้งแต่เข้ารับการศึกษา  และเด็กเป็นสมาชิกคนหนึ่งในห้องเรียนเหมือนเด็กปกติทั่วไปตั้งแต่เข้ารับการศึกษา

        อย่าให้เพื่อนในห้องล้อเด็กออทิสติก  และครูอย่าเอาจุดด้อยของเด็กมาล้อเล่นครูควรเรียนชื่อของเขาให้ถูกต้อง
        เด็กในวัยแรกเกิดถึง  7  ขวบ  เป็นช่วงวัยทองของการเรียนรู้ของเด็ก  และอยู่ในช่วงความสนใจในการเรียนรู้ของเด็กเป็นอย่างมาก  และเมื่อเด็กอายุเกิน  7  ขวบขึ้นไป  เซลล์สมองของเด็กจะไม่ทำการสร้างเซลล์สมอง  เซลล์สมองจะยิ่งลดน้องลงเรื่อยๆ

                       "Inclusive Education is Education for all,                  
                                 It involves receiving people                                                     at the beginning of their education,                             with provision of additional services  
    needed by each individual"

สรุปความหมายของการศึกษาแบบเรียนรวม

การเรียนรวม เป็นแนวคิดทางการศึกษาอย่างหนึ่งที่โรงเรียนจะต้องจัดการศึกษาให้กับเด็กทุกคนโดยไม่มีการแบ่งแยกว่าเด็กคนใดเป็นเด็กปกติ หรือเด็กคนใดเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษ  เด็กเลือกโรงเรียนไม่ใช่โรงเรียนเลือกเด็ก  เด็กทุกคนที่ผู้ปกครองพาเข้ามาโรงเรียนทางโรงเรียนจะต้องรับเด็กไว้ และจะต้องจัดการศึกษาให้อย่างเหมาะสม และดำเนินการเรียนในลักษณะ “รวมกัน” ที่ทุกคนต่างเป็นส่วนหนึ่ง ของสังคม ทุกคนยอมรับซึ่งกันและกัน  ทุกคนยอมรับว่ามี ผู้พิการ อยู่ในสังคมและเขาเหล่านั้นต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่จะต้องใช้ชีวิตร่วมกันกับคนปกติ โดยไม่มีการแบ่งแยก


กิจกรรมที่ 1  กิจกรรมร้องเพลงสำหรับเด็ก 
(เพลง  นม)
นมเป็นอาหารดี             มีคุณค่าต่อร่างกาย
ดื่มแล้วชื่นใจ                ร่างกายแข็งแรง
ยังมีนมถั่วเหลือง           ดื่มได้ดีและไม่แพง
ดื่มแล้วชื่นใจ                ร่างกายแข็งแรง
ผู้แต่ง  อ.ศรีนวล  รัตนสุวรรณ
(เพลง  แปรงฟัน)
ตื่นเช้าเราแปรงฟัน         กินอาหารแล้วเราแปรงฟัน
ก่อนนอเราแปรงฟัน        ฟันสะอาดขาวเป็นเงางาม
แปรงฟันที่ถูกวิธี            ดูซิต้องแปรงขึ้นลง
แปรงฟันที่ถูกวิธี            ดูซิต้องแปรงขึ้นลง
ผู้แต่ง  อ.ศรีนวล  รัตนสุวรรณ
(เพลง  พี่น้องฉัน)
บ้านของฉันอยู่ด้วยกันมากหลาย        พ่อ  แม่  ปู่  ย่า  ลุง  ป้า  ตา  ยาย
มีทั้งน้า  อา  พี่และน้องมากมาย        ทุกคนสุขสบายเราเป็นพี่น้องกัน
ผู้แต่ง  อ.ศรีนวล  รัตนสุวรรณ
(เพลง  อาบน้ำ)
อาบน้ำซู่ซ่า ล้างหน้าล้างตา          ฟอกสบู่ถูตัว ชำระเหงื่อไคล
ราดน้ำให้ทั่ว เสร็จแล้วเช็ดตัว        อย่าให้ขุ่นมัว สุขกายสบายใจ
                                                                   ผู้แต่ง  อ.ศรีนวล  รัตนสุวรรณ
(เพลง  มาโรงเรียน)
เรามาโรงเรียน  เราเขียนเราอ่าน         ครูเล่นนิทานสนุขสุขใจ
เราเรียนเราเล่น  เราเป็นสุขใจ            ร่าเริงแจ่มใสเมื่อเรามาโรงเรียน
                                                                   ผู้แต่ง  อ.ศรีนวล  รัตนสุวรรณ

การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
        สามารถนำความรู้ที่ได้รับจากการเรียนในวันนี้ไปปรับใช้ในสถานการณ์จริงได้ในอนาคตข้างหน้า  เราไม่อาจรู้ได้ว่าอนาคตข้างหน้าในการเป็นครู  เราอาจจะเจอเด็กปกติทั้งหมดในห้องเรียนหรือเด็กปกติเรียนรวมกับเด็กพิเศษก็ได้  แต่ความรู้ที่ได้รับในวันนี้ก็ทำให้เรารู้ว่าแนวทางในการจัดการเรียนการสอนเด็กพิเศษเรียนรวมกับเด็กปกติ  ว่าควรทำอย่างไร  ในการเรียนการสอนทุกครั้งเด็กพิเศษต้องนั่งใกล้กับเด็กที่ตั้งใจเรียน  เพื่อให้เด็กพิเศษเกิดการเรียนรู้ร่วมกับเด็กปกติ  และยังรู้การพูดคุยกับเด็กพิเศษอย่างไรให้เขาเกิดการเรียนรู้  และการส่งเสริมให้เด็กมีความรู้พร้องกับเด็กปกติ  สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจว่าครูไม่ควรล้อชื่อหรือล้อเด็กพิเศษในห้องเรียนเพราะจะทำให้เด็กมีปมด้อย  ควรชี้แนะให้เด็กรู้ว่าเพื่อนไม่สบาย  เพื่อนมีโรคประจำตัว  โดยบอกให้เพื่อนช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด  จะนำความรู้ในวันนี้ไปพัฒนาให้เด็กพิเศษสามารถทำกิจวัตรประจำวันอย่างง่ายได้  และให้เด็กสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้เหมือนกับเด็กปกติทั่วไป

ผู้สอนได้ใช้เทคนิคในการสอน
         1. ผู้สอนใช้เทคนิคการจัดโต๊ะเป็นตัว  U  ในการสอนในชั้นเรียนเพื่อให้เห็นเด็กนักศึกษาครบทุกคน
         2. ผู้สอนแจกแบบทดสอบหลังเรียนให้นักศึกษา  (โดยอาจารย์ให้นักศึกษาสามารถแชร์ความคิดกันได้กับเพื่อนข้างซ้ายและข้างขวา)
         3. ผู้สอนให้ร้องเพลงเป็นกลุ่ม


การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสอน
         1.โปรแจคเตอร์
         2.ไมโคโฟน
         3.คอมพิวเตอร์  PC
         4. Microsoft  Office  PowerPoint  (การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย)

การประเมินในชั้นเรียน
                 
ประเมินตัวเอง
                  วันนี้ผมแต่งกายเรียนร้อย  ถูกระเบียบเหมือนทุกๆวัน  ตามข้อตกลงของห้องเรียน  มาเรียนตรงต่อเวลา  ไม่มาเรียนสาย  มาถึงห้องเรียนก็จัดโต๊ะเป็นตัว  U  กับเพื่อน  ตั้งใจฟังอาจารย์สอนและอธิบายเนื้อหาเพิ่มเติม  ทำกิจกรรมร้องเพลงและนันทนาการกันกับเพื่อนในห้องเป็นอย่างดี  มีส่วนร่วมในการตอบคำถามของอาจารย์ในคาบเรียน  วันนี้เรียนสนุกมากเลยครับ



                  ประเมินเพื่อน
         วันนี้มีเพื่อนภาคพิเศษมาเรียนรวมกับพวกเรา  ก็มีมาเรียนสายบ้างเป็นบางคนเป็นส่วนน้อย  โดยให้ภาคปกติห้องผมนั่งแถวหน้าและภาคพิเศษนั่งแถวหนัง โดยการนั่งเป็นตัว  U  ตามข้อตกลงของอาจารย์  วันนี้เพื่อนตั้งใจเรียนไม่ค่อยพูดมาก  เป็นพฤติกรรมที่ดีมาก  เพื่อนให้ความร่วมมือในการตอบคำถามของอาจารย์ทุกครั้งเป็นอย่างดี  และตั้งใจทำกิจกรรมร้องเพลงร่วมกับเพื่อน
                  
ประเมินอาจารย์
          วันนี้อาจารย์แต่งกายสุภาพเรียบร้องเหมือนทุกๆ  อาจารย์สอนสนุกมาก  และยังให้ความรู้และแชร์ประสบการณ์ตรงให้กับนักศึกษาได้รับรู้  อาจารย์ให้ความรู้แก่นักศึกษาเยอะมากและวันนี้มีความสุขในการเรียนมาก  มีความสุขทุกครั้งที่ได้เรียนกับอาจารย์  อาจารย์ให้ทั้งความรู้  ประสบการณ์ตรงที่ถ่ายทอดสู่นักศึกษา  และความเข้าใจ  และอีกมากมายที่อาจารย์มอบให้ในทุกๆครั้ง  ขอขอบคุณครับ